แชร์

Nix Hydration Biosensor คืออะไร

อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ค. 2026
1579 ผู้เข้าชม

Nix Hydration Biosensor คืออุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) อัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์เหงื่อของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อบอกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการสูญเสียน้ำและแร่ธาตุในระหว่างการออกกำลังกาย


อุปกรณ์ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
 
1. Patch (แผ่นแปะ): เป็นแผ่นแปะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สำหรับแปะที่แขน ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างเหงื่อ

2. Pod (ตัวเซนเซอร์): อุปกรณ์ขนาดเล็กที่นำไปติดบนแผ่นแปะ เพื่อวิเคราะห์ค่าอิเล็กโทรไลต์และการสูญเสียของเหลว แล้วส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth

3. App (แอปพลิเคชัน): แสดงผลข้อมูลบนสมาร์ทโฟน หรือนาฬิกาอัจฉริยะ
 
 
การใช้งาน Nix Hydration Biosensor

1. การเตรียมตัวก่อนใช้งาน
ชาร์จตัว Pod: ตรวจสอบให้มั่นใจว่าตัวเซนเซอร์ชาร์จไฟเต็มแล้ว โดยนำไปเสียบกับแท่นชาร์จ USB
ติดตั้งแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอป Nix Hydration และเชื่อมต่อ Pod เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth
ตั้งค่าข้อมูลส่วนตัว: ใส่ข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง และประเภทกีฬา เพื่อให้ระบบคำนวณเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น

2. การติดตั้งอุปกรณ์ 
เลือกตำแหน่ง: ตำแหน่งมาตรฐานคือหน้าแขน ด้านใดด้านหนึ่ง
ทำความสะอาดผิว: เช็ดบริเวณที่จะแปะด้วยแผ่นแอลกอฮอล์เพื่อล้างคราบโลชั่นหรือสิ่งสกปรก และรอให้แห้งสนิท
แปะแผ่น Patch: ลอกฟิล์มออกแล้วแปะแผ่น Patch ลงบนแขน กดให้แน่นเพื่อให้กาวติดสนิทกับผิว
ติดตัว Pod: นำตัวเซนเซอร์ไปประกบเข้ากับตัวล็อคบนแผ่น Patch คุณจะเห็นไฟสถานะสว่างขึ้นเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ

3. เริ่มต้นกิจกรรม 
เปิดแอปบนมือถือ หรือแอปบนหน้าปัดนาฬิกาอัจฉริยะ
เลือกประเภทกิจกรรม (เช่น Running หรือ Cycling)
กด Start ระบบจะเริ่มรวบรวมข้อมูลทันทีที่คุณเริ่มมีเหงื่อออก

4. ระหว่างออกกำลังกาย
รับการแจ้งเตือน: เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าคุณเริ่มเสียน้ำถึงจุดที่กำหนด แอปจะส่งเสียงหรือสั่นเตือนผ่านนาฬิกา/หูฟัง
ทำตามคำแนะนำ: แอปจะบอกให้คุณดื่มน้ำ (เช่น "Drink 8 oz of Water" หรือ "Drink Electrolytes") เพื่อรักษาสมดุลร่างกาย

5. หลังจบกิจกรรม 
กดหยุดการทำงาน: สั่ง Stop ในแอปเพื่อบันทึกข้อมูล
ถอดอุปกรณ์: ดึงแผ่น Patch ออก (แผ่นนี้ให้ทิ้งไปเลย ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)
เก็บรักษา Pod: เช็ดทำความสะอาดตัว Pod ให้แห้งแล้วนำกลับไปชาร์จหรือเก็บในที่แห้ง
ดูสรุปผล: ตรวจสอบ Sweat Profile ในแอปเพื่อดูว่าในกิจกรรมนี้คุณเสียน้ำและโซเดียมไปรวมเท่าไหร่


ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

• Real-time Hydration Strategy: บอกคุณได้ทันทีว่า ควรดื่มน้ำตอนไหน และ ควรดื่มน้ำเท่าไหร่ (เป็นออนซ์หรือมิลลิลิตร)

• Electrolyte Loss Tracking: วัดปริมาณโซเดียมและแร่ธาตุที่เสียไป เพื่อแนะนำว่าควรดื่มน้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีความเข้มข้นเท่าใด

• Personalized Sweat Profile: เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ระบบจะสร้างโปรไฟล์การเหงื่อออกของคุณในสภาพอากาศและระดับความเหนื่อยที่ต่างกัน ช่วยให้วางแผนก่อนการแข่งจริงได้

• Non-invasive: ไม่มีการเจาะผิวหนัง ใช้เพียงการวิเคราะห์เหงื่อที่ไหลออกมาตามธรรมชาติ


เหมาะกับใคร

• นักกีฬา Endurance: เช่น นักวิ่งมาราธอน, นักปั่นจักรยาน หรือไตรกีฬา ที่ต้องออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
• ผู้ที่ออกกำลังกายในที่ร้อน: เพื่อป้องกันอาการตะคริว ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือภาวะขาดน้ำ
• โค้ชกีฬา: มีระบบ Nix Pro สำหรับมอนิเตอร์ระดับน้ำในร่างกายของลูกทีมหลายคนพร้อมกันผ่าน Dashboard

สามารถชอป Nix ได้ที่ร้าน MLAB และทางเว็บไซต์ www.mlab-store.com  #Nix #Mlabstore  

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
Sunski แว่นตากันแดดที่ไม่มีวันตกยุค
หากคุณกำลังมองหาแว่นตากันแดดที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ที่ไม่มีวันตกยุค Sunski คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด เทคโนโลยีเลนส์ Polarized ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV ราคาที่จับต้องได้
กว่าจะมาเป็นรองเท้า Foamers
Foamers แบรนด์รองเท้าสัญชาติสเปน รองเท้าที่ทำจากวัสดุโฟมหล่อชิ้นเดียว น้ำหนักเบา ซัพพอร์ตเท้า กันน้ำ ระบายอากาศได้ดีสุดๆ
แมกนีเซียมแบบผง vs แบบเม็ด
หากคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายหนัก หรือตื่นมาพร้อมกับอาการเพลียและตะคริว แมกนีเซียมทั่วไปอาจไม่เพียงพอ PILLAR Performance แบรนด์อาหารเสริมสาย Performance จากออสเตรเลีย จึงออกแบบ Triple Magnesium มาเพื่อแก้โจทย์นี้โดยเฉพาะ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้