แชร์

Nix Hydration Biosensor คืออะไร

อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2026
18 ผู้เข้าชม

Nix Hydration Biosensor คืออุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) อัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์เหงื่อของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อบอกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการสูญเสียน้ำและแร่ธาตุในระหว่างการออกกำลังกาย


อุปกรณ์ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
 
1. Patch (แผ่นแปะ): เป็นแผ่นแปะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สำหรับแปะที่แขน ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างเหงื่อ

2. Pod (ตัวเซนเซอร์): อุปกรณ์ขนาดเล็กที่นำไปติดบนแผ่นแปะ เพื่อวิเคราะห์ค่าอิเล็กโทรไลต์และการสูญเสียของเหลว แล้วส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth

3. App (แอปพลิเคชัน): แสดงผลข้อมูลบนสมาร์ทโฟน หรือนาฬิกาอัจฉริยะ
 
 
การใช้งาน Nix Hydration Biosensor

1. การเตรียมตัวก่อนใช้งาน
ชาร์จตัว Pod: ตรวจสอบให้มั่นใจว่าตัวเซนเซอร์ชาร์จไฟเต็มแล้ว โดยนำไปเสียบกับแท่นชาร์จ USB
ติดตั้งแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอป Nix Hydration และเชื่อมต่อ Pod เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth
ตั้งค่าข้อมูลส่วนตัว: ใส่ข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง และประเภทกีฬา เพื่อให้ระบบคำนวณเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น

2. การติดตั้งอุปกรณ์ 
เลือกตำแหน่ง: ตำแหน่งมาตรฐานคือหน้าแขน ด้านใดด้านหนึ่ง
ทำความสะอาดผิว: เช็ดบริเวณที่จะแปะด้วยแผ่นแอลกอฮอล์เพื่อล้างคราบโลชั่นหรือสิ่งสกปรก และรอให้แห้งสนิท
แปะแผ่น Patch: ลอกฟิล์มออกแล้วแปะแผ่น Patch ลงบนแขน กดให้แน่นเพื่อให้กาวติดสนิทกับผิว
ติดตัว Pod: นำตัวเซนเซอร์ไปประกบเข้ากับตัวล็อคบนแผ่น Patch คุณจะเห็นไฟสถานะสว่างขึ้นเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ

3. เริ่มต้นกิจกรรม 
เปิดแอปบนมือถือ หรือแอปบนหน้าปัดนาฬิกาอัจฉริยะ
เลือกประเภทกิจกรรม (เช่น Running หรือ Cycling)
กด Start ระบบจะเริ่มรวบรวมข้อมูลทันทีที่คุณเริ่มมีเหงื่อออก

4. ระหว่างออกกำลังกาย
รับการแจ้งเตือน: เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าคุณเริ่มเสียน้ำถึงจุดที่กำหนด แอปจะส่งเสียงหรือสั่นเตือนผ่านนาฬิกา/หูฟัง
ทำตามคำแนะนำ: แอปจะบอกให้คุณดื่มน้ำ (เช่น "Drink 8 oz of Water" หรือ "Drink Electrolytes") เพื่อรักษาสมดุลร่างกาย

5. หลังจบกิจกรรม 
กดหยุดการทำงาน: สั่ง Stop ในแอปเพื่อบันทึกข้อมูล
ถอดอุปกรณ์: ดึงแผ่น Patch ออก (แผ่นนี้ให้ทิ้งไปเลย ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)
เก็บรักษา Pod: เช็ดทำความสะอาดตัว Pod ให้แห้งแล้วนำกลับไปชาร์จหรือเก็บในที่แห้ง
ดูสรุปผล: ตรวจสอบ Sweat Profile ในแอปเพื่อดูว่าในกิจกรรมนี้คุณเสียน้ำและโซเดียมไปรวมเท่าไหร่


ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

• Real-time Hydration Strategy: บอกคุณได้ทันทีว่า ควรดื่มน้ำตอนไหน และ ควรดื่มน้ำเท่าไหร่ (เป็นออนซ์หรือมิลลิลิตร)

• Electrolyte Loss Tracking: วัดปริมาณโซเดียมและแร่ธาตุที่เสียไป เพื่อแนะนำว่าควรดื่มน้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีความเข้มข้นเท่าใด

• Personalized Sweat Profile: เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ระบบจะสร้างโปรไฟล์การเหงื่อออกของคุณในสภาพอากาศและระดับความเหนื่อยที่ต่างกัน ช่วยให้วางแผนก่อนการแข่งจริงได้

• Non-invasive: ไม่มีการเจาะผิวหนัง ใช้เพียงการวิเคราะห์เหงื่อที่ไหลออกมาตามธรรมชาติ


เหมาะกับใคร

• นักกีฬา Endurance: เช่น นักวิ่งมาราธอน, นักปั่นจักรยาน หรือไตรกีฬา ที่ต้องออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
• ผู้ที่ออกกำลังกายในที่ร้อน: เพื่อป้องกันอาการตะคริว ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือภาวะขาดน้ำ
• โค้ชกีฬา: มีระบบ Nix Pro สำหรับมอนิเตอร์ระดับน้ำในร่างกายของลูกทีมหลายคนพร้อมกันผ่าน Dashboard

สามารถชอป Nix ได้ที่ร้าน MLAB และทางเว็บไซต์ www.mlab-store.com  #Nix #Mlabstore  

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
สัมผัสความเอกซ์คลูซีฟกับ Polaroid Now สี Pink & Teal
Polaroid Now Generation 3 กล้อง Instant รุ่นล่าสุด มาพร้อมสีสันใหม่สุดจี๊ด Pink & Teal และฟีเจอร์สนุกๆ ที่จะทำให้ทุกทริปและการสังสรรค์ของคุณมีสีสันขึ้น
Cloudtilt vs. Cloudtilt Remix
รองเท้า Lifestyle ที่เน้นความนุ่มสบาย เดินได้ทั้งวันแบบไม่เมื่อยเท้า ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม วัสดุรีไซเคิล
ทำความรู้จัก Vivobarefoot
Vivobarefoot ไม่ใช่แค่รองเท้า แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้เท้าแข็งแรงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการสวมใส่รองเท้าแบบเดิมๆ กลับสู่ความรู้สึกที่ใกล้เคียงเท้าเปล่ามากที่สุด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้